ปัญหาฟันผุเป็นรูรักษาอย่างไร อันตรายไหม
ฟันผุเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่เกิดจากการเนื้อเยื่อฟันถูกทำลายจากกรดที่แบคทีเรียในช่องปากผลิตขึ้น เมื่อเรารับประทานอาหารที่มีน้ำตาล แบคทีเรียจะย่อยสลายน้ำตาลและปล่อยกรดออกมา ซึ่งกรดนี้จะกัดกร่อนผิวเคลือบฟันทีละน้อย จนกระทั่งเกิดฟันผุเป็นรู ซึ่งเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบได้บ่อย และสามารถพบได้ในคนทุกเพศทุกวัย หากไม่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที อาจนำไปสู่อาการปวดฟัน เสียวฟัน และการสูญเสียฟันในที่สุด
ฟันผุเป็นรูคืออะไร
ฟันผุเป็นรูเป็นภาวะที่เกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของฟัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากแบคทีเรียในช่องปากที่สร้างกรดจากการย่อยสลายน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรต ซึ่งกรดที่เกิดขึ้นจะค่อย ๆ กัดกร่อนชั้นเคลือบฟันจนเกิดเป็นรูพรุน ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเกิดฟันผุ เมื่อปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษา รูพรุนจะขยายใหญ่ขึ้นและลึกลงไปในชั้นเนื้อฟัน ส่งผลให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างฟันอย่างถาวรจน ฟันผุเป็นรู
ระยะของฟันผุเป็นรู
การเกิดฟันผุเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยแบ่งออกเป็น 4 ระยะหลัก แต่ละระยะมีความรุนแรงและวิธีการรักษาที่แตกต่างกัน
1. ฟันผุระยะแรก
ในระยะแรกของฟันผุเป็นรู จะสังเกตเห็นเป็นจุดขาวขุ่นหรือรอยด่างสีน้ำตาลบนผิวเคลือบฟัน ซึ่งเกิดจากการสูญเสียแร่ธาตุในเนื้อฟัน ในระยะนี้ยังไม่มีอาการเจ็บปวด และสามารถรักษาได้ด้วยการเสริมฟลูออไรด์เพื่อช่วยให้มีแร่ธาตุบนผิวฟันมากขึ้น หากฟันผุในระยะนี้ยังไม่จำเป็นต้องอุดฟัน
2. ฟันผุที่ผิวเคลือบฟัน
เมื่อฟันผุเป็นรูลุกลามถึงชั้นเคลือบฟัน จะเห็นเป็นรอยดำหรือรอยสีน้ำตาลเข้มชัดเจนขึ้น อาจมีอาการเสียวฟันเล็กน้อยเมื่อรับประทานอาหารร้อนหรือเย็น ในระยะนี้จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยการอุดฟัน เพื่อป้องกันไม่ให้ฟันผุเป็นรูลุกลามลึกลงไป
3. ฟันผุเป็นรู
เมื่อฟันผุลุกลามลึกถึงชั้นเนื้อฟัน จะเห็นเป็นรูชัดเจน มีอาการเสียวฟันมากขึ้นเมื่อรับประทานอาหารร้อน เย็น หรือหวาน เนื่องจากเนื้อฟันมีเส้นประสาทฝังอยู่จำนวนมาก การรักษาในระยะนี้ต้องอุดฟัน แต่หากมีการติดเชื้อในโพรงประสาทฟันร่วมด้วย อาจจำเป็นต้องรักษารากฟันก่อนทำการอุดฟัน
4. ฟันผุทะลุโพรงประสาท
อาการฟันผุระยะสุดท้าย ถือเป็นระยะที่รุนแรงที่สุดของฟันผุเป็นรู เป็นระยะที่เชื้อโรคลุกลามจนทะลุถึงโพรงประสาทฟัน ผู้ป่วยจะมีอาการปวดฟันรุนแรง โดยเฉพาะในเวลากลางคืน หากปล่อยทิ้งไว้อาจเกิดฝีที่ปลายรากฟัน จำเป็นต้องรักษารากฟันหรือถอนฟันออก ซึ่งทันตแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาสภาพฟันว่าควรเลือกรูปแบบใดในการรักษา
ฟันผุเป็นรูเกิดจากอะไร
ฟันผุเป็นรูเกิดจากปัจจัยหลายอย่างที่ทำงานร่วมกัน โดยมีคราบจุลินทรีย์เป็นตัวการสำคัญ คราบจุลินทรีย์เหล่านี้จะสร้างกรดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนเคลือบฟันเมื่อได้รับน้ำตาลจากอาหารและเครื่องดื่ม โดยเฉพาะอาหารที่มีความหวานและเหนียวติดฟัน เมื่อเราทำความสะอาดฟันไม่ทั่วถึง คราบจุลินทรีย์จะสะสมและผลิตกรดอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการสูญเสียแร่ธาตุจากผิวฟันจนกลายเป็นรู
สัญญาณเตือนว่าฟันผุเป็นรู
- อาการเสียวฟัน โดยเฉพาะเมื่อรับประทานอาหารหรือเครื่องดื่มที่มีอุณหภูมิร้อนหรือเย็น ซึ่งเป็นสัญญาณแรกที่บ่งบอกว่าเคลือบฟันได้รับความเสียหาย
- สังเกตเห็นรอยดำหรือรอยสีน้ำตาลบนตัวฟัน โดยเฉพาะในบริเวณร่องฟันหรือด้านข้างของฟัน
- รู้สึกเจ็บหรือปวดเมื่อกดฟันหรือเคี้ยวอาหาร แสดงถึงการลุกลามของฟันผุที่อาจถึงชั้นเนื้อฟันแล้ว
- มีกลิ่นปากที่ผิดปกติหรือรสชาติแปลก ๆ ในปาก เนื่องจากการสะสมของแบคทีเรียในรูฟันที่ผุ
- เห็นรูหรือหลุมบนตัวฟันที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่าหรือรู้สึกได้เมื่อใช้ลิ้นแตะ
ฟันผุเป็นรูอุดได้ไหม
ฟันผุเป็นรูสามารถรักษาได้ด้วยการอุดฟัน แต่วิธีการรักษาจะขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของอาการฟันผุ หากฟันผุยังอยู่ในระยะเริ่มต้นและยังไม่ลึกมาก ทันตแพทย์สามารถทำการอุดฟันเพื่อปิดรูและป้องกันการลุกลามได้ แต่ในกรณีที่ฟันผุเป็นรูรุนแรงจนลึกถึงโพรงประสาทฟัน อาจจำเป็นต้องรักษารากฟันก่อนการอุดฟัน ในกรณีที่ฟันเสียหายมากเกินกว่าจะบูรณะได้ ทันตแพทย์อาจแนะนำให้ถอนฟันออกและใส่ฟันปลอมแทน
ฟันผุเป็นรู ปล่อยไว้ได้ไหม?
เมื่อพบว่าเกิดปัญหาฟันผุเป็นรูไม่ควรปล่อยทิ้งไว้ ควรรีบปรึกษาคุณหมอเพื่อเข้ารับการรักษาตั้งแต่เนิ่น ๆ เพราะหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา ฟันอาจเกิดการติดเชื้อที่รากฟันและลุกลามไปยังอวัยวะข้างเคียง เช่น โพรงจมูกหรือดวงตา ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการอักเสบที่รุนแรงได้ นอกจากนี้ยังอาจทำฟันผุลึกลงไปจนเกิดความเสียหาย และไม่สามารถรักษาได้ จนต้องทำการถอนฟันออก
ฟันผุเป็นรูปวดมากรักษาอย่างไร?
เมื่อมีปัญหาฟันผุเป็นรูแล้วเกิดอาการปวดมากสามารถใช้ยาแก้ปวดหรือยาลดการอักเสบเพื่อบรรเทาอาการได้ชั่วคราว หรือใช้น้ำร้อนประคบบริเวณที่ปวดเพื่อช่วยลดการอักเสบและระบายหนอง หลังจากนั้นควรรีบไปพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสมและป้องกันปัญหาที่อาจลุกลามรุนแรง
ดูแลสุขภาพช่องปากอย่างไร ป้องกันฟันผุเป็นรู
การป้องกันฟันผุเป็นรูเริ่มต้นจากการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดี ด้วยการแปรงฟันอย่างถูกวิธีวันละ 2 ครั้งด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันเป็นประจำ ลดการรับประทานอาหารและเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลสูง หลีกเลี่ยงการกินจุบจิบระหว่างมื้อ และควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพช่องปากอย่างน้อยปีละ 2 ครั้ง เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดี
สรุป
ฟันผุเป็นรูเป็นปัญหาสุขภาพช่องปากที่สามารถป้องกันได้ด้วยการดูแลสุขภาพช่องปากที่ดีและการตรวจฟันอย่างสม่ำเสมอ เมื่อพบสัญญาณของฟันผุ ควรรีบพบทันตแพทย์เพื่อรับการรักษาแต่เนิ่น ๆ ก่อนที่อาการจะลุกลามรุนแรง เพราะการรักษาแต่เนิ่น ๆ นอกจากจะช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังช่วยรักษาฟันธรรมชาติของคุณให้คงอยู่ได้ยาวนานขึ้น เพื่อสุขภาพฟันที่ดี Smile Seasons เราพร้อมช่วยกดูแลสุขภาพช่องปากของคุณในทุก ๆ ด้าน